ศาลสั่งรับคำฟ้องคดีจอดำบอลยูโร
ศาลมีคำสั่งให้รับคำฟ้องคดีจอดำ หลังเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นฟ้องศาลแพ่ง ขอคุ้มครองฉุกเฉิน ให้รีบแพร่ภาพถ่ายฟุตบอลยูโรจนกว่าจะจบรายการ ระบุพฤติกรรมจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่กับทีวีช่อง 3, 5 และ 9 ละเมิดสิทธิ์ สมคบกันทำธุรกิจเอาเปรียบผู้บริโภค ขอให้ศาลบังคับคืนเงินค่ากล่องรับสัญญาณและมีคำสั่งให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 61ที่ศาลแพ่ง เวลา 11.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กับพวกรวม 5 คน ซึ่งเป็นผู้บริโภคกล่องรับสัญญาณ “จีเอ็มเอ็มแซท” ไปยื่นฟ้องบริษัทบีอีซีเทโรเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (ทีวีช่อง 3) กองทัพบก (ททบ.5) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (ช่อง 9 โมเดิร์นไนน์) และบริษัทจีเอ็มเอ็ม จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ฐานละเมิดและผิดสัญญา พร้อมกับขอคุ้มครองฉุกเฉินให้มีการแพร่ภาพบอลยูโรทันทีจนกว่าจะหมดรายการ
คำ ฟ้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2555 เดิมจำเลยที่ 1-3 เป็นผู้ประกอบกิจการทีวีสาธารณะ หรือฟรีทีวี ประชาชนสามารถรับชมได้ทั่วไป โดยใช้เสาทีวีหรือเสาหนวดกุ้ง หรือรับทางจานดาวเทียมก็ได้ เพราะถือว่าการเสนอแพร่ภาพและการเข้ารับชมรายการของประชาชน เป็นการทำคำเสนอ คำสนอง สัญญาจึงเกิดขึ้นตามกฎหมายแพ่ง แต่จำเลยที่ 1-3 มีเจตนาจะเผยแพร่การถ่ายทอดสดบอลยูโรผ่านระบบทีวีสาธารณะ หรือ “ฟรีทีวี” ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถดูได้ทางทีวีช่อง 3, 5 และ 9 และประชาชน ยังสามารถเลือกรับชมทางกล่องจีเอ็มเอ็มแซทของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลยูโร 2012 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. โจทก์ไม่สามารถรับชมรายการฟุตบอลตามที่จำเลยที่ 1 ถึง 3 ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไว้ มีแต่เพียง “จอดำ” โดยไม่มีรายการปกติประจำวันที่เคยออกอากาศ หรือรายการพิเศษทดแทนให้โจทก์ รวมถึงผู้บริโภคอื่นๆได้รับชมแทนในช่วงเวลาดังกล่าว จนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถเข้าชมได้
พฤติกรรมดังกล่าว พวกจำเลยได้ร่วมกันล่วงละเมิดสิทธิ์การเข้าถึงการรับบริการสาธารณะอันเป็น สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค 30 ล้านคน หรือ 11 ล้านครัวเรือน ด้วยการหยุดถ่ายทอดรายการ ถือว่าเป็นการ “ผิดสัญญา” กับโจทก์ เพียงเพราะพวกจำเลยสมคบกันทำธุรกิจเอาเปรียบผู้บริโภค ด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมจำเลย กีดกั้นการรับชม “ฟรีทีวี” ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ขยายการขายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม จีเอ็มเอ็มแซท ในราคา 1,590 บาท แล้วขายได้ถึง 8 แสนกล่อง รวมมูลค่า 1,232 ล้านบาท โดยจำเลยที่ 4 เสียภาษีเพียง 214 บาทเท่านั้น และหากโจทก์อยากชมบอลยูโร ก็ต้องเสียเงินซื้อเสาก้างปลา หรือเสาหนวดกุ้ง หรือซื้อกล่องจีเอ็มเอ็มแซท ทำให้เสียเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นการรอนสิทธิ์ผู้บริโภค ที่ต้องยอมซื้ออุปกรณ์มาติดตั้ง จึงเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นถึง 2,000 ล้านบาท
การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่สุจริต และผิดสัญญาการให้บริการสาธารณะ จึงเป็น การละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยทั้ง 4 แพร่ภาพรายการบอลยูโรในระบบภาคพื้นดินหรือระบบอื่นที่ทำให้ผู้บริโภครับชม ได้ฟรี และคืนเงินค่ากล่อง 1,590 บาท ที่โจทก์ซื้อไปคืนมา และขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ โดยคำนึงถึงความเสียหายต่อประชาชน 11 ล้านครัวเรือน และขอให้ศาลมีคำสั่งไปยังรัฐบาล ให้เร่งดำเนินการเกิดองค์กรอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 61 ให้เร็วที่สุด โดยศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้ เพื่อพิจารณาไต่สวนในวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 09.00 น.
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ให้สัมภาษณ์ว่า การมาฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องอยากดูบอล แต่ทำเพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ฟรีทีวีถ่ายทอดบอลยูโรให้ดูฟรีโดย เร็ว ตนเห็นว่าจีเอ็มเอ็มได้กักและดักสัญญาณไม่ให้ชมทางโทรทัศน์ช่อง 3, 5 และ 9 นอกจากนี้ อยากขอให้พี่น้องประชาชนหยุดซื้อ หยุดใช้ และการมีส่วนร่วมกิจการกับบริษัทแกรมมี่ทั้งหมด ศาลยุติธรรมเป็นช่องทางสุดท้ายที่จะทำได้ เพราะเคยไปร้อง กสทช. และศาลปกครองมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น