ศาลรธน.งดแถลงหวั่นยั่วยุเสื้อแดง
ไม่ก้าวล่วงศาลอาญา'ตู่'ขู่ติดคุกจะอดข้าว'นาซา'เข้าครม.วันนี้“พท.-นปช.” เล่นสงครามน้ำลายเขย่าศาล รธน. “เฉลิม” นำร่องอัดสำนักงานศาล รธน. “ทำอะไรแปลกๆ” สั่งถอนประกันตัว “ตู่” แถมจวกตุลาการภิวัตน์ ทำระบบพิกลพิการ “จตุพร” ประกาศกร้าวเอาแน่ บุกสำนักงานศาล รธน.ขู่ติดคุกจะเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ ปชต.ไปเรือนจำพร้อมกับอดข้าวประท้วง “ก่อแก้ว” ลูกคู่ซัดเนื้องอกตุลาการ “มาร์ค” ห่วงดึงศาลสู่วังวนแห่งความขัดแย้ง จ้องรื้อระบบตรวจสอบของ ปท. “ศาล รธน.” ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ออกเอกสารข่าวงดตอบโต้ หวั่นเป็นการยั่วยุอารมณ์คนเสื้อแดง บอกปล่อยเป็นอำนาจศาลอาญาพิจารณาต่อไป “นายกฯปู” สั่ง ทร.เร่งเคลียร์ปมมะกันขนอาวุธเข้าอู่ตะเภา “บิ๊กอ๊อด” ยันนาซาขนเครื่องบินมาแค่ 3 ลำ “ปลอด” ท้าฝ่ายค้านดีเบต กต.เชิญเอกอัครราชทูตสหรัฐฯถกปมร้อน “คริสตี้ เคนนีย์” การันตีไม่มีแอบแฝงทางทหาร ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ “สุรพงษ์” เสียงอ่อยชี้ทางออกนำเข้าถกในที่ประชุมร่วมรัฐสภาตาม ม.190
หลังจาก ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยื่นขอให้ศาลอาญาเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนาย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ในคดีก่อการร้าย หลังจากที่นายจตุพรขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญที่หน้ารัฐสภา ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. คนเสื้อแดง โดยเฉพาะนายจตุพรแสดงความไม่พอใจ ถึงขั้นขู่เข้าแจ้งความดำเนินคดีศาลรัฐธรรมนูญข้อหาแจ้งความเท็จนั้น
“เฉลิม” อัด “แปลก” ถอนประกัน “ตู่”
เมื่อ เวลา 11.15 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญยื่นถอดถอนการประกันตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ต่อศาลอาญาว่า คนเรียนกฎหมายด้วยกันมีความรู้สึกมึนงง เพราะว่าโดยหลักการต้องเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีประกันตัวในชั้นศาลในคดีแล้วตำรวจเจ้าของคดีเห็นพฤติกรรมของจำเลย เมื่อประกันตัวได้ก็ข่มเหงรังแกพยาน ก็มีเหตุที่ตำรวจจะเสนอต่อศาลถอนประกัน และอีกกรณีอัยการที่รับสำนวนจากตำรวจแล้วมีความเห็นส่งฟ้องศาล และอัยการพบว่าการกระทำของจำเลยที่ได้รับประกันตัวในชั้นศาล มีพฤติกรรมทำให้หลักฐานทางคดีสูญหาย ข่มขู่พยาน อัยการก็ยื่นคำร้องต่อศาลและศาลก็กรุณา ตนก็ยังไม่เข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย การที่จะยื่นถอนประกันตัว ต้องมีพฤติกรรมผิดเงื่อนไขที่ศาลอาญาบันทึกไว้ ไม่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญยื่นก็เป็นสิทธิ ทำอะไรแปลกๆเข้าไป และการที่ศาลรัฐธรรมนูญอ้างว่านายจตุพรข่มขู่ศาลนั้น ถ้านาย
จตุพรข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นความผิดส่วนหนึ่ง ถ้าหมิ่นประมาทก็ดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท และหากทำให้เสียเสรีภาพ ก็แจ้งหน่วงเหนี่ยวกักขัง ซึ่งเป็นคนละเรื่อง
ชี้ตุลาการภิวัตน์ทำพิกลพิการ
เมื่อ ถามว่า นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ยื่น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า สำนักงานได้รับการข่มขู่หรือหากข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วสำนักงานไปทำไม ตนคิดถูกต้องมาตั้งแต่ปี 2538 แต่คนไม่เชื่อตน ในสมัยที่เป็น รมว.ยุติธรรม ก็ได้ไปโต้แย้งว่าอย่าให้มีศาลคู่ในบ้านเรา เพราะจะดูแลไม่ได้ วันนี้จึงสะใจตัวเอง ต่อข้อถามว่า ตุลาการภิวัตน์จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า วันนี้ยุ่งไปหมดแล้ว อะไรก็ไม่รู้ ไปนั่งคิดบ้านเมืองเกิดอะไรถึงได้เป็นแบบนี้ และเชื่อว่าสังคมไทยก็หนักใจถ้าเป็นอย่างนี้ และการรับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตาม ม.68 มุมมองนักกฎหมายเห็นว่าหนักหนาสาหัส แต่การยื่นถอนประกันตัวนายจตุพรนั้นก็รู้ว่าสึกว่าพิการแล้ว แต่เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาก็ต้องแก้ไข พรรคเพื่อไทยก็มีวิธี
“ตู่” เอาแน่ 26 มิ.ย. บุกศาล รธน.
ที่ ศาลอาญา นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันที่ 26 มิ.ย. ตนจะเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสอบถามกรณีที่ตนถูกสำนักงานศาลรัฐ ธรรมนูญยื่นถอนประกันตนในคดีก่อการร้าย ซึ่งพบว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2553 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เคยแจ้งความดำเนินคดีกับตนในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งในคดีนี้ตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าถูกแจ้งความ ถ้ารู้ตนก็จะต้องมีการยื่นคัดค้านตั้งแต่เป็นองค์คณะในคดีชี้คุณสมบัติของตน แล้ว ในกรณีนี้เช่นกัน หมายความว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นคู่กรณีกับตน ทำให้การขอเพิกถอนการประกันตัวของตนครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ตุลาการทั้ง 9 คน ต้องรับผิดชอบร่วมกัน และที่สำคัญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่มีอำนาจที่จะยื่นถอนประกันตัวให้ตนด้วย ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น เพราะถ้าเป็นแบบนี้ใครก็สามารถยื่นถอนประกันตัวได้หมดทุกคน
ขู่ติดคุกอดข้าวประท้วงอยุติธรรม
“ถ้าจะมีการจับผมไปขังก็ควรมีเหตุผลหน่อย ถ้าทำกันแบบนี้ วันข้างหน้าก็จะโดนไม่รู้จบ ผมคิดว่ามันเป็นการใช้อคติ ไม่ใช่กฎหมายแล้ว ถ้าต้องเข้าเรือนจำจริง ผมจะเดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปเรือนจำ จะอดอาหารประท้วงตั้งแต่วันแรก ให้โลกได้รับรู้ถึงความไม่ยุติธรรม ให้รู้ว่าสิ่งที่ทำกับคนเสื้อแดงมันเกินไป ทำอย่างนี้ก็เอาชีวิตเราไปด้วยเลยดีกว่า เพราะได้รับความอยุติธรรม อยากจะถามนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญว่าโดนข่มขู่ตอนไหนและใครไปข่มขู่ คนขับรถของนายวสันต์ และมีการแจ้งความดำเนินคดีกับใครหรือยัง และหมายเลขที่โทร.เป็นเบอร์อะไร เพราะอยากทราบว่ามีการข่มขู่จริงหรือไม่” นายจตุพรกล่าว
ซัดถอนประกันโยงลงซ่อมแทน “เก่ง”
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งตนสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง แทนนายการุณ โหสกุล นั้น นายจตุพรกล่าวว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของศาล และตนไม่มีแนวความคิดที่จะลงสมัครเลือกตั้งแทนเพราะคิดว่านายการุณจะต่อสู้ คดีจนชนะ ตนตั้งข้อสังเกต การทำหน้าที่ ของ กกต. ครั้งนี้ไม่ปกติ เพราะนำเรื่องของนายการุณมาพิจารณา ทั้งที่นายสมชัย จึง–ประเสริฐ กกต.อีกคนไม่อยู่ และโดยปกติแล้วตามมารยาทการลงคะแนนของประธาน กกต. จะลงคะแนน ก็ต่อเมื่อมติมีคะแนนเสียงเท่ากันและให้ประธานเป็น ผู้ชี้ขาด แต่กรณีนี้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.กลับเป็นฝ่ายลงคะแนน 2 ครั้งให้ใบแดงนายการุณซะเอง “รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน พอนายก่อแก้วออกมาพูด ว่าจะให้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมแทนนายการุณ ศาลรัฐธรรมมนูญก็ยื่นถอนประกันตัวผมต่อศาลอาญาทันที” นายจตุพรกล่าว
เปรียบศาล รธน.เนื้องอกตุลาการ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องศาลอาญาอย่าไปรับลูกศาลรัฐธรรมนูญ และคิดให้ดีว่าก่อนหน้านี้ไม่มีศาลรัฐธรรมนูญสังคมก็อยู่อย่างสงบ แต่หลังมีศาลรัฐธรรมนูญมีการบิดเบือน ทำให้สังคมมองว่า 2 มาตรฐาน และมักจะพูดสั้นๆว่า ศาล 2 มาตรฐาน ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าทุกศาล ไม่ว่าศาลอาญา ศาล ปกครอง หรือศาลแพ่ง 2 มาตรฐานกันหมด ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเหมือนเนื้อ งอกของตุลาการ จะกลายเป็นเนื้อร้ายลุกลามเป็นมะเร็งร้ายของระบบ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรกำจัดเพื่อ ไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้น จึงหวังว่าศาลอาญาจะไม่เต้นตามศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญยังดันทุรังใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 จัดการกับอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อหวังจะตั้งรัฐบาลเทพประทาน 2 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกฯควบกลาโหม ขณะที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นรองนายกฯควบ รมว.มหาดไทย หากเป็นอย่างนั้นจริง เชื่อว่าเสื้อแดงเป็นล้านจะบุกเข้า กทม. และลองจินตนาการว่าประเทศจะเกิดอะไรขึ้น ตนไม่อยากจะคาดเดา แต่ขอแสดงความห่วงใย
ทีม ก.ม.พท.เร่งหาช่องอุ้ม “ตู่”
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องต่อศาลให้ถอนประกันตัวนาย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง เนื่องจากขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญว่า ทีม กฎหมายพรรคเพื่อไทยกำลังหาทางช่วยนายจตุพร ในเรื่องนี้อยู่ ส่วนตัวมองว่า การที่นายจตุพรขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่การข่มขู่หรือกดดัน ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน ซึ่งสามารถทำได้
“มาร์ค” ห่วงดึงศาลสู่วังวนขัดแย้ง
ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ประกาศจะนำคนเสื้อแดงบุกศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ควรใช้วิธีการเอามวลชนหรือความเป็นพรรคพวกของผู้มีอำนาจอยู่ในรัฐบาลไป คุกคามกดดันข่มขู่ศาล และโดยข้อเท็จจริงแล้วรัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองตุลาการให้สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้โดยอิสระ ไม่น่าแปลกใจกรณีการยื่นถอนประกันตัว เพราะนายจตุพรก็ทราบดีว่าได้รับการประกันตัวด้วยเงื่อนไขอะไร และน่าจะทราบดีว่าสิ่งดำเนินการไปขัดเงื่อนไขประกันตัวหรือไม่ ซึ่งตนเป็นห่วงเพราะขณะนี้มีความพยายามลากเอาศาลมาเป็นคู่ขัดแย้ง จึงหวังว่าตุลาการจะไม่หวั่นไหวและเดินหน้าพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา แต่ต้องเข้าใจว่ารัฐบาล และกลุ่มนปช.ก็มีกลยุทธ์สำคัญที่หยิบเรื่องศาลขึ้นมากดดันเพื่อให้การตัดสิน คดีเป็นไปตามความต้องการของตัวเอง และหวังที่จะรวมมวลชนเสื้อแดงเป็นเอกภาพอีกครั้ง เพราะเริ่มมีปัญหาความแตกต่างระหว่างคนเสื้อแดงในประเด็นอื่น
แฉ รบ.จ้องรื้อระบบตรวจสอบ ปท.
“ที่ สำคัญคือเป็นการปูทางไปสู่ความพยายามของรัฐบาลในการลดอำนาจตุลาการเมื่อมี การแก้รธน. ส่วนที่นายจตุพรระบุว่าจะมีการยุบศาลรัฐธรรม-นูญนั้น ผมเห็นว่าทั้งหมดเป็นการเตรียมการปูทางไปสู่การรื้อระบบการตรวจสอบของประเทศ ไม่ให้มีการถ่วงดุลตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งหากเราให้ศาลซึ่งเป็นองค์กรอยู่เหนือการเมือง ถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้ง จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้สังคมขาดที่พึ่ง ทุกอย่างอยู่ในความขัดแย้งหมด และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรงได้ ขณะนี้มีความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของคำว่า ประชาธิปไตย โดยให้แปลความว่า เสียงข้างมากมีอำนาจที่ไม่มีขอบเขต ซึ่งไม่ใช่หลักประชาธิปไตยในโลกนี้ หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเช่นนี้จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งในสังคมทวีความ รุนแรงมากขึ้น การลากเอาทุกสถาบันเข้าสู่ความขัดแย้ง การใช้วิธีการเอาพวกจำนวนมากมากดดัน ล้วนเป็นการขยายผลความขัดแย้งสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรงทั้งสิ้น ไม่อยากเรียกว่าเป็นสภาพของอนาธิปไตย เพราะไม่เชิงเป็นแบบนั้น แต่เป็นลักษณะการเป็นรัฐที่ใช้อำนาจนอกกฎหมาย ผ่านกลไกนอกกฎหมายมาปกป้องตัวเอง” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ตั้งชื่อใหม่ นปช.แนวร่วมเผด็จการ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เป็นการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตยแบบจอมปลอม เพราะไม่มีองค์ประกอบใดที่เป็นประชาธิปไตย เพราะมีทั้งการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา และในพื้นที่ชุมนุมยังมีการติดรูปคนที่เห็นต่างให้คนเสื้อแดงจำหน้าได้ ถือเป็นการข่มขู่คุกคามฝ่ายที่เห็นตรงข้าม ซึ่งไม่เป็นนักประชาธิปไตย มีการข่มขู่ทั้งประชาชน องค์กรอิสระ ตุลาการ เอาอำนาจของพวกตัวเองเป็นใหญ่ เอาประชาธิปไตยบังหน้า ดังนั้น ขอเปลี่ยน นปช.จากแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เป็นแนวร่วมสนับสนุนเผด็จการแห่งชาติ” นายชวนนท์กล่าว
ศาล รธน.งดแจงหวั่นเสื้อแดงฮือ
เมื่อเวลา 14.20 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่สำนักงานไปยื่นคำ ร้องขอเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพร พรหม–พันธุ์ แกนนำ นปช. จำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่างๆปรากฏอยู่แล้วในคำร้อง ดังนั้น ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงของดที่จะให้แสดงความเห็น เพราะศาลอาญาได้มีคำสั่งนัดสอบถามนายจตุพร จำเลยที่ 2 แล้วในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ดังนั้น จึงอยู่ในกระบวนการพิจารณาตามคำร้องและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา ฉะนั้น เพื่อให้การดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาลอาญาเป็นไปตามกฎหมาย และไม่เป็นการก้าวล่วงอำนาจของศาลอาญา จึงของดให้ความเห็น ทั้งนี้ ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมเรื่องดังกล่าวในช่วงเช้าอย่างเคร่ง เครียด โดยมีการหยิบยกประเด็นที่นายจตุพรและแกนนำเสื้อแดงได้มีการปราศรัยโจมตีศาล รัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ขึ้นมาหารือ และเห็นว่าหากออกมาแถลงจะยิ่งเป็นการยั่วยุคนเสื้อแดงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งคำร้องดังกล่าวก็ได้มีการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาไปแล้ว จึงเลือกที่จะชี้แจงเป็นเอกสาร
ประสาน ตร.คุมเข้มรับ “ตู่” บุก
นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. จะเดินทางมายังศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 26 มิ.ย.เพื่อจะมาทวงถามขอบข่ายอำนาจว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้มาตรฐานใดในการยื่นคำ ร้องขอถอนประกันตัวเอง ว่า ในวันที่ 25 มิ.ย. ก็ได้มีการหารือถึงการดูแลความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ได้มีการประสานไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มาดูแลความปลอดภัยไว้ อยู่แล้วตามปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เท่าที่ทราบตุลาการแต่ละคนก็ยังไม่มีความวิตกกังวลยังคงทำหน้าที่และ ปฏิบัติงานไปตามปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลอาญารับคำร้องของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีการแสดงความคิดเห็นหรือตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากเกรงว่าหากมีการตอบโต้จะเป็นการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะกระบวนการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลอาญานายพิมล ธรรมพิทักษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนก็ทราบจากทางการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ไม่ได้มีการติดต่ออย่างเป็นทางการใดๆเข้ามา แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น และทางศาลฯเองก็ไม่ได้กดดันในเรื่องนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางสำนักงานได้เตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อรับเรื่องของนายจตุพรไว้แล้ว
ชักแดง “เก่ง” กกต.ลั่นยึดตาม ก.ม.
นาย ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานด้านเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติเสียงข้างมากสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ว่า ยืนยันว่าองค์ประชุมครบและในที่ประชุมวันนั้นมีการพิจารณา ส.ส.และกรณีท้องถิ่นหลายเรื่อง ไม่ใช่เป็นการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาเพียงเรื่องเดียว เมื่อถามว่า หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีการปราศรัยโจมตี ที่ กกต.มีมติให้ใบแดง ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นายประพันธ์กล่าวว่า ในมาตรา 53 (5) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. บัญญัติไว้แล้วการใส่ร้าย ให้ความเท็จ ซึ่งบัญญัติไว้ตั้งแต่ฉบับที่ผ่านมาแล้ว ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนั้นก็เข้าข่ายในตัวบทกฎหมาย ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เมื่อถามว่า กรณีการให้ใบแดงนายการุณ กังวลหรือไม่ว่าจะมีมวลชนมาปิดล้อม นายประพันธ์กล่าวว่า การจะทำอะไรก็ต้องหนักแน่น ถ้ามีมวลชนมาก็ไม่เป็นไร เพราะมวลชนก็เคยมา กกต. ถ้ามาแล้วก็ควรพูดจาด้วยเหตุด้วยผล อย่าใช้ความรุนแรง
เผยมีคิว “อี้-แทนคุณ” ลุ้นใบแดง
นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ได้ไปตรวจสอบการลงมติของ กกต.กรณีที่ปราศรัยใส่ร้ายพบว่าเมื่อปี 48 กกต.เคยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใบแดงนายธานินทร์ ใจสมุทร อดีต ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.เลือกตั้งปี 40 แต่ใน กกต.ชุดนี้ และ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ปี 51 ยังไม่เคยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.จากเหตุดังกล่าวมาก่อน จนกระทั่งมาถึงกรณีของนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และทราบจากนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.กิจการบริหารงานเลือกตั้ง ระบุว่า กกต.ชุดนี้เคยให้ใบแดง ส.ส.กรณีดังกล่าวที่ จ.อุดรธานี จะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอีกครั้งว่าจริงหรือไม่ ส่วนการประชุม กกต.ในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะพิจารณาเรื่องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้งที่เหลืออยู่ลอตสุด ท้าย หนึ่งในนั้นเป็นกรณีที่นายการุณร้องนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีปราศรัยใส่ร้ายเช่นเดียวกัน
ไล่เบี้ยอาญา “โอ๊ค” คดีเงินกู้กรุงไทย
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังการเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อสอบถามเหตุผลในการไม่ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร นางกาญจนาภา หงส์เหิน นายวันชัย หงส์เหิน นายมานพ ทิวารี ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ฐานรับของโจร กรณีการปล่อยกู้เงินธนาคารกรุงไทย จำนวน 9,000 ล้านบาท ว่า ทางอัยการสูงสุดได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่ฟ้องบุคคลทั้ง 4 เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ข้าราชการ ดังนั้น ทาง ป.ป.ช.จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4 ได้ แต่สามารถฟ้องบุคคลทั้ง 4 ในคดีอาญาได้ ดังนั้น ตนจะนำเรื่องนี้มาปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของพรรค คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุป ว่าจะยื่นหรือให้ ป.ป.ช.เป็นผู้นำสำนวนหลักฐานต่างๆ ส่งต่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีต่อไปหรือจะส่งเรื่องโดยตรงส่งให้ดีเอสไอ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ทนายแดงไปกรุงเฮกบี้คดี 91 ศพ
นาย คารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่ม นปช. กล่าวว่า ตนกำลังเดินทางไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อติดตามความคืบหน้าการยื่น เรื่องขอให้ศาลอาญาระหว่างประเทศไต่สวนเกี่ยวกับการสลายการชุมนุม ซึ่งยื่นเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.2554 ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นการกระทำผิดต่อมวลมนุษยชาติ ต่อประชาชนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่ศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ โดยขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศกำลังสอบพยาน ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ตนจึงพานางพะเยา อัคฮาด แม่ของ น.ส.กมนเกด อัดฮาด และน้องชายของ น.ส.กมนเกด ไปให้ข้อมูลกับอัยการในวันที่ 26 มิ.ย.
“ปู” จี้ ทร.แจง “นาซา” ใช้อู่ตะเภา
ที่ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการที่สหรัฐอเมริกาขีดเส้นอยากได้คำตอบในการที่นาซาจะเข้ามา ใช้สนามบินอู่ตะเภาว่าอยู่ที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่าจะนำเรื่องเข้าสู่การ ประชุมคณะรัฐ– มนตรี (ครม.) หรือไม่ ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ทางกองทัพช่วยชี้แจงในรายละเอียดบ้าง ในฐานะที่กองทัพเรือเป็นเจ้าของพื้นที่อู่ตะเภา โดยเฉพาะประเด็นที่มีการระบุว่ามีการขนอาวุธเข้ามาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้ากรมยุทธการทหารเรือก็ได้ยืนยันแล้วว่าไม่มีการเคลื่อน ย้ายหรือขนอาวุธยุทโธปกรณ์อะไรเข้ามาทั้งสิ้น ดังนั้น ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่มติที่ประชุม ครม.ในวันที่ 26 มิ.ย.ว่าจะมีมติอย่างไรผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้รัฐบาลทราบหรือไม่ว่าอาวุธที่สหรัฐฯจะนำเข้ามาสำรวจเป็นอาวุธประเภท ไหน พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า เราทราบหมด เขาแจ้งเราแล้วว่าเป็นเครื่องบินประเภทไหน ซึ่งต่อจากนี้กองทัพอากาศจะรับช่วงต่อในการดูแลเครื่องบินทุกลำที่เข้ามา รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่อยู่ในเครื่องบินทางกองทัพอากาศก็จะต้องรับทราบ ด้วยว่ามีอาวุธยุทโธปกรณ์อะไรที่จะเอามาใช้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทางฝ่ายความมั่นคงจะต้องรับทราบ
ยันมะกันขนเครื่องบินมาแค่ 3 ลำ
ต่อ ข้อถามว่า การที่บอกว่าเข้ามาสำรวจชั้นบรรยากาศแต่มีการจะต่อยอดไปในเรื่องของยุทธการ ทางทหารได้หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า เรามีข้อตกลงก่อนที่เขาจะเข้ามาทำงานเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมดแล้วว่าจะทำ ได้แค่ไหนอย่างไร ซึ่งทางกองทัพจะต้องดูในเรื่องนี้ด้วย นายกฯกำชับแล้วว่ากองทัพต้องดูแลเรื่องการดำเนินการตามข้อตกลงทุกอย่างไม่ ให้มีอะไรแอบแฝงหรือเกินไปกว่าที่ตกลงกัน ตอนนี้นายกฯได้สั่งทางกองทัพและกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปทำข้อตกลงในการกำหนด การใช้สนามบินกับการสำรวจว่าทำได้แค่ไหนอย่างไร ซึ่งเขาขอใช้เพียง 2 เดือนก็ต้องเป็นไปตามนั้น เมื่อถามว่าเขาแจ้งมาหรือไม่ว่าจะนำเครื่องบินเข้ามากี่ลำและเป็นเครื่อง ประเภทไหน พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า เขาแจ้งมาว่าจะนำเข้ามา 3 ลำ และเราจะร่วมกับเขาอีก 1 ลำ รวมเป็น 4 ลำ ในการสำรวจครั้งนี้ และทุกครั้งเราจะต้องรับทราบด้วยว่าในเครื่องบินของเขามีเครื่องมืออะไรบ้าง ในการสำรวจ เมื่อถามว่า รัฐบาลประเมินความคุ้มค่าแล้วใช่หรือไม่ว่าถ้าเราอนุญาตเราจะรับแรงเสียดทาน
จาก จีนได้ พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ความจริงทางจีนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่เขาคงจะเฝ้าดูว่าจะมีเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงอย่างไรบ้างหรือ ไม่
“ปลอด” จวกฝ่ายค้านกุเรื่องโกหก
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายบอกแล้วว่าไม่เข้ามาตรา 190 ส่วนตัวเห็นว่าไม่เข้า แต่ถ้า ครม.จะให้เข้าสภาก็ไม่ขัดข้องและพร้อมจะชี้แจงต่อสภา เราไม่มีอะไรที่ผิด หรือทำให้บ้านเมืองเสียหาย ถ้าไม่ได้ทำหรือทำช้าเป็นความเสียหายต่อประเทศ ขาดความแม่นยำในการพยากรณ์ เสียโอกาสของนักวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัย เราเข้าใจความกังวล แต่ที่ฝ่ายค้านพูดกันอยู่เป็นการกุเรื่อง สร้างเรื่อง ให้เป็นเรื่องการเมืองโกหกไปวันๆ ถ้างานวิจัยอย่างนี้ต้องเข้ามาตรา 190 ประเทศไทยไม่ต้องทำอะไรแล้ว วันหน้าจะวิจัยอะไรกับใครไม่ได้ต้องเข้าสภาหมด ต่อไปจิสด้าจะทำงานกับนาซาอย่างไร เพราะนาซาถูกกล่าวหามาทำจารกรรม ทำให้เราทิ้งโอกาสฆ่ามิตร ดังนั้น คนที่พูดโกหกไปวันๆตนแช่ง เกิดมาชาติหน้าให้ปากเท่ารูเข็ม ทั้งนี้ ยืนยันเรื่องความสัมพันธ์ไทยกับจีนไม่มีปัญหา และตนได้ทำวิจัยร่วมกับจีนเพิ่งกลับไป 30 คน ไม่มีใครประท้วงเลย ส่วนกับรัสเซียก็ไม่มีปัญหา
ท้าดีเบต–สาบานวัดพระแก้ว
“ถ้า ลำบากนักก็จัดดีเบตเลย ผมท้า เอาที่ไหนก็ได้ กลางสนามหลวง หรือมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ ให้มา 20 คน ผมคนเดียว เรียงหน้ามาเลย หรือไปหน้าวัดพระแก้วเลยมั้ยล่ะ เถียงกันหน้าวัดพระแก้ว หรือไม่ก็ตอนพายุแรงๆ เผื่อใครโกหกก็ให้ฟ้าผ่าตายไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเมฆ กับฝน กับฟ้าผ่า หรือไม่ก็ขึ้นบินไปกับผมไปพร้อมๆกันไม่ต้องกลัวผมผลักตกเครื่องบิน คุณกลัวเขามาจารกรรม คุณไปกับเขาทุกเที่ยวเลย ผมจะจัดที่หลับที่นอนให้ และเอาคนช่างพูดทั้งหลายแหล่นี่แหละ ไม่ต้องตัวแทนหรอก มี 3-4 คนนี่แหละ พูดดีนักยืนยันไม่ได้เร่งรีบ เพราะฝนจะมาแล้ว ไม่เร่งตอนนี้ก็ไม่รู้จะเร่งตอนไหน คนรีบคือคนขยัน คนขี้เกียจคือ คนไม่ทำอะไรเลย นั่งด่าเขาไปวันๆ เป็นรัฐบาล 2 ปี ทำอะไรบ้าง เขาจะวัดเมฆ แต่มายกเมฆ” นายปลอดประสพกล่าว
“สุรพงษ์” ถกทูตสหรัฐเคลียร์ปมร้อน
เมื่อ เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เชิญนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือข้อราชการ ภายหลังการหารือนายสุรพงษ์กล่าวว่า จากที่ไทยจะต้องให้คำตอบสหรัฐฯภายในวันที่ 26 มิ.ย. เพื่อให้นาซาใช้สนามบินอู่ตะเภา ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถปฏิบัติตามโครงการตรวจสอบการก่อตัวของเมฆในชั้น บรรยากาศในช่วงมรสุม เพราะต้องนำอุปกรณ์เข้ามาในประเทศไทย โดยนางคริสตี้ระบุว่าอาจจะไม่ต้องถึงกับต้องเป็นวันที่ 26 มิ.ย.ในทันที เป็นช่วงปลายเดือนมิ.ย. ก็ได้ ส่วนกรณีมีกระแสข่าวสหรัฐฯขนอุปกรณ์มาสนามบินอู่ตะเภาตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้ตรวจสอบไปยังกองทัพเรือ พบว่ายังไม่มีการขนอุปกรณ์ใดๆเข้ามา น่าจะเป็นขั้นตอนของการเตรียมขนส่งทางเรือ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่าง2 ประเทศ จึงได้เชิญเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย มาพบอย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้กรณีนาซาเป็นข่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ซึ่งนางคริสตี้ รับทราบข้อมูล และเห็นสอดคล้องกันว่า มีความไม่เข้าใจในเรื่องนี้ โดยเอาไปรวมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หรือเอชเอดีอาร์ มาโยงกัน เพราะนาซาเป็นองค์กรพลเรือน ไม่เกี่ยวกับฝ่ายทหาร
หาทางออกดันเข้ารัฐสภาชี้ขาด
นาย สุรพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้ นางคริสตี้แสดงความเข้าใจที่เรื่องถูกวิพากษ์วิจารณ์ต้องพิจารณาในที่ประชุม ร่วมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลรายงานกลับไปยังสหรัฐฯต่อไปขณะที่เราเป็นห่วงเรื่องความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะมีคนพยายามหยิบยกขึ้นมาให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ส่วนการประชุม ครม.ในวันที่ 26 มิ.ย.นั้น ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งรัฐบาลสหรัฐฯให้รับทราบทันที เมื่อถามว่าการประชุม ครม.วันที่ 26 มิ.ย.นี้ จะนำเรื่องนี้เข้าหารือแน่นอนแล้วใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ตอบว่า ได้ประสานไปยังสำนักเลขาธิการ ครม.แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่านายก– รัฐมนตรีลงนามรับทราบเรื่อง เพื่อนำเข้าที่ประชุมครม.แล้วหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าแนวโน้มน่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่เช่นนั้นคงมีหลายฝ่ายที่ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง หรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยอีก “ผมมองว่าดีเสียอีก ที่มากล่าวหาว่าใช้กรณีนี้แลกกับวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าสหรัฐฯไม่ได้อีกแล้ว หากเรื่องนี้ไม่ผ่านที่ประชุมครม. จะได้จบเสียทีเรื่องการใส่ร้าย เข้าสภาจะได้จบ” รมว.ต่างประเทศ กล่าว
“คริสตี้” หวานใส่เข้าใจ รบ.ไทย
นาง คริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เชิญมาพูดคุยในหลายเรื่อง รวมถึงกรณีโครงการของนาซาขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ยืนยันว่าการศึกษาดังกล่าวเป็นโครงการทางวิทยาศาสตร์ ของนาซา ที่ร่วมกับนักวิจัยชาวไทย โดยนายสุรพงษ์ ได้ชี้แจงว่าเรื่องนี้จะเข้าสู่การประชุม ครม.ในวันที่ 26 มิ.ย. ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทางสหรัฐฯเคารพการตัดสินใจ และยืนยันว่าความร่วมมือด้านต่างๆระหว่าง 2 ประเทศ ยังคงเป็นไปเช่นเดิม เมื่อถามว่ามีข้อห่วงใยว่าเครื่องบินของนาซาที่นำมาใช้ในโครงการนี้ มีจุดประสงค์แอบแฝงทางการทหาร นางคริสตี้ตอบว่า เครื่องบินที่นำมาใช้เป็นเครื่องบินที่ใช้ในโครงการวิทยาศาสตร์ ซึ่งนาซาเป็นองค์กรพลเรือน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางทหาร และข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยทั้งหมด จะนำเผยแพร่สู่สาธารณะ รัฐบาลทุกรัฐบาลทั่วโลก แม้แต่ประชาชนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะการศึกษาวิจัยเป็นเรื่องปริมาณน้ำฝนและรูปแบบของฝน
“มาร์ค” ทวงรัฐกางสัญญาให้ชัด
ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้ามีการตั้งคำถามว่า เห็นด้วยว่าจะให้นาซาสำรวจชั้นบรรยากาศหรือไม่ คนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า เมื่อพูดว่าเห็นด้วยหรือไม่ ต้องทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน หากโครงการเป็นประโยชน์แต่สร้างผลเสียในแง่ความมั่นคงจะคุ้มค่าหรือไม่ วิธีการแก้ปัญหาที่ดีสุดคือ การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ซึ่งรัฐบาลยังไม่ทำ ทั้งที่มีประเด็นที่ต้องตอบคำถาม เช่น ความรู้สึกหรือแนวทางจุดยืนของประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลไทยได้ตรวจสอบแค่ไหน ทั้งนี้ เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าสหรัฐฯมีเป้าหมายด้านการทหารในภูมิภาคเอเชียเพิ่ม ขึ้น รัฐบาลก็ต้องพิจารณาประกอบกัน เพราะกระทรวงการต่างประเทศก็ย่อมทราบดีว่า ในขณะนี้มีโครงการเดียวหรือหลายโครงการที่เชื่อมโยงกัน และผลกระทบต่อภาพรวมจะเป็นอย่างไร เพราะรัฐบาลต้องระวังไม่ให้เสียสมดุลในการวางดุลยภาพด้านการต่างประเทศ ระหว่างสองมหาอำนาจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
กระทุ้ง ครม.เคลียร์ 4 ข้อคลุมเครือ
นาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จึงขอเรียกร้องถึง ครม.และหน่วยงานความมั่นคงตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ข้อคือ 1. กรณีหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานข่าวดังกล่าว ได้พูดถึงเรื่องภัยพิบัติโดยไม่มีการกล่าวถึงองค์การนาซา และระบุชัดว่าจะใช้เป็นฐานทัพ เพื่อยุทธศาสตร์ทางการทหาร โดยจะส่งเรือรบมาอีกใน 2 ปีข้างหน้า รวมถึงเครื่องบินไร้คนขับว่าเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร 2. มีการขนของออกมาจากสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. ถ้าไม่จริงขอให้รัฐบาลไทยทำหนังสือประท้วง เพราะมีข้อมูลดังกล่าวออกมาจากเว็บไซต์นาซา แต่หากว่าเป็นข้อเท็จจริงขอสอบถามว่าอุปกรณ์ที่ขนมาขณะนี้อยู่ที่ไหน 3. ขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงในหนังสือสัญญาระหว่างไทย-สหรัฐฯ 4. ขอให้กระทรวงการต่างประเทศเชิญเอกอัครราชทูตของประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมรับ ฟังรายละเอียด หากรัฐบาลทำเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยินดีที่จะยุติการตรวจสอบในเรื่องนี้
“ยิ่งลักษณ์” รับเสด็จเจ้าชายญี่ปุ่น
เมื่อ เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีรับเสด็จเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่าง เป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นำเจ้าชายนารุฮิโตะ ขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพจากทหารกองเกียรติยศผสม เพื่อจะเดินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ที่ลานหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แต่ฝนตกอย่างหนักลงมากะทันหัน ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์และเจ้าชายนารุฮิโตะ ต้องยืนอยู่บนแท่นรับความเคารพท่ามกลางสายฝน ฟังเพลงบรรเลงถวายความเคารพของกองทหารเกียรติยศที่เป็นเพลงชาติของ 2 ประเทศ โดยมีนายทหารได้นำร่มไปกางกันละอองฝนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเจ้าชายนารุฮิโตะ ที่ยืนอยู่บนแท่นรับความเคารพจนจบ โดยงดนำเดินตรวจแถวทหาร ขณะที่สื่อมวลชนทั้งไทยและญี่ปุ่นก็ยืนเฝ้าทำข่าวจนจบพิธีเช่นกัน จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินนำเจ้าชายนารุโตะกลับเข้าไปที่ตึกไทยคู่ฟ้าทันที เพื่อทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม แลกเปลี่ยนของขวัญกับรัฐบาลไทย ที่ห้องสีงาช้าง และถวายพระสุธารส (น้ำดื่ม) แด่เจ้าชายนารุโตะก่อนเสด็จกลับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น